Siam Subaru Webboard
General Discussion => Siam Subaru Society Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: suby_ja ที่ สิงหาคม 03, 2010, 10:54:08 am
-
เนื่องจากการได้ กินข้าวลิงมา 2 วันซ้อน เพราะ Battery เสื่อม จึงทำให้ ต้องเปลี่ยนของใหม่เมื่อวานนี้
หลังจากได้เปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยที่ AUTO BAC จากของเดิม 42 Amp PANASONIc
เป็น BOSCH 480 AMp
แล้ว start ก็รู้สึกได้ ทันทีว่า เครื่องเดินเรียบ smooth ขึ้น ท่อเงียบขึ้น
เลยอยากจะทราบว่า มันเกี่ยวกัน เหรอ เพราะว่า การจ่าย ไฟมันก็ต้องผ่านการควบคุมของกล่อง ECU นิ ก็เลย สงสัยอ่ะครับ
อยากทราบ ข้อมูลทาง technic ประกอบหน่อย เอ หรือว่า มันไม่ผ่าน
ถ้างั้น แล้ว พวกเราจะไปซื้อ x power หรือ twin power ทำไมอ่ะ ในเมื่อ battery มันราคา แค่ 3,300 เอง ต่างกับ ของเดิม แค่ 1,000 เดียว กับ twin power อันเกือบ 20,000 = ได้ใช้ battery ใหม่ทุกปี 20 ปีเลยนะ
-
ผมว่าถ้าจะเทียบกันแบบนี้ ต้องเอาแบตใหม่ทั้งคู่แล้วเทียบกันดูว่าระหว่ามีกับไม่มี พวก twin power นี่มันต่างกันแค่ไหน ถ้าเอาแบบที่ปาล์มว่ามันไม่แฟร์ครับ
ในกรณีที่แบตเสื่อมแล้ว ไดชาร์จจะทำงานหนักกว่าปกติเพราะต้องคอยชาร์จไฟอยู่ตลอดเวลาบวกกับต้องคอยเลี้ยงอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบ ซึ่งไดชาร์จมันใช้พลังงานขับเคลื่อนโดยตรงจากเครื่องยนต์ ถ้าภาระของไดชาร์จมากมันก็จะฉุดกำลังจากเครื่องยนต์มากครับ ทีนี้สมมติว่าเราตั้งรอบเดินเบาได้พอดีแล้วแต่พอแบตเตอรรี่มันเสื่อมสภาพไป รอบเครื่องที่เคยพอดีมันกลับกลายเป็นว่าน้อยเกินไป เพราะไดชาร์จมันฉุดมาก เครื่องก็พยายามจะเร่งเพื่อรักษารอบให้ได้ตามที่ตั้งไว้ มันเลยดูว่าเครื่องเดินไม่ค่อยเรียบนะครับ เรื่องที่เสียงท่อดังขึ้นก็เปรียบเหมือนกับเราขับรถขึ้นทางชันนั่นแหละครับเพราะภาระของเครื่องยนต์มากต้องใช้กำลังเยอะกว่าวิ่งทางเรียบท่อเลยดังกว่าแม้ว่ารอบเครื่องจะเท่ากันก็ตาม ใช้หลักการเดียวกันครับ อีกอย่างหนึ่งคือถ้าแรงดันไฟเลี้ยงตกอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงกล่อง ecu ก็อาจจะทำงานผิดเพี้ยนไปได้นะครับ
emo9o
-
นี่แหละ ที่รอคอย
แต่พี่โจ้ครับ นี่ผม เทียบกันระหว่าง แบตใหม่ลูกเดิม กับ ลูกใหม่นะพี่
เอาความรู้สึกอ่ะครับ เพราะ ตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ ก็ไม่ smooth เท่านี่นะครับ
ใช้ความรู้สึกนะพี่ วัดจากกระจก ที่บ้านเวลาจอดรถ หน่ะครับ
แล้ว งี่ เทียบกับ ของเดิม 42 amp กับ twin power VS Battery อย่างแห้งแท้อย่างดี 480 - 850 amp
พี่กว่าอันไหนคุ้มค่ากว่ากันครับ
-
สอบถามเพิ่มได้มั้ยพี่ ตอนนี้ผมย้ายแบตมาด้านหลังอะ พี่เล็กแนะนำให้ใส่แบตแห้งจะดีกว่า ผมควรจะใส่ยี่ห้อไหนดี เบอร์อะไรครับ
-
นี่แหละ ที่รอคอย
แต่พี่โจ้ครับ นี่ผม เทียบกันระหว่าง แบตใหม่ลูกเดิม กับ ลูกใหม่นะพี่
เอาความรู้สึกอ่ะครับ เพราะ ตอนที่ทำเสร็จใหม่ๆ ก็ไม่ smooth เท่านี่นะครับ
ใช้ความรู้สึกนะพี่ วัดจากกระจก ที่บ้านเวลาจอดรถ หน่ะครับ
แล้ว งี่ เทียบกับ ของเดิม 42 amp กับ twin power VS Battery อย่างแห้งแท้อย่างดี 480 - 850 amp
พี่กว่าอันไหนคุ้มค่ากว่ากันครับ
แปลว่าผมเข้าใจประเด็นผิดเอง
ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าขนาดแบตเตอรี่ของเดิมมันใหญ่พอ สมมติว่ารถเรามีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์บางอย่างที่กินกระแสมากกว่าที่โรงงานคำนวณไว้ ภาระของการจ่ายกระแสไฟฟ้าย่อมมากกว่าปกติ ของเดิมอาจไม่พออยู่แล้วก็เป็นไปได้นะครับ พอมาเปลี่ยนลูกใหม่ที่มันใหญ่กว่าเลยกลายเป็นพอดีก็เป็นไปได้ครับ
ถ้าจะวัดด้วยความรู้สึกคงวัดกันยากแต่ถ้าวัดโดยใช้เครื่องมือวัดมันจะเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัดเจนครับ
ถ้าเปลี่ยนแต่แบตเตอรี่อย่างเดียวแล้วแรงขึ้นหรือวิ่งดีขึ้นเนี่ยป่านนี้รถซูเปอร์คาร์ทั้งหลายคงแบกแบตเตอรี่ใหญ่เหมือนรถสิบล้อใส่วิ่งกันไปหมดแล้วครับ การใส่แบตใหญ่กว่าเดิมก็เท่ากับเราเพิ่มภาระให้แก่ตัวไดชาร์จด้วยนะครับ เปรียบเสมือนเรามีแท้งค์น้ำใบใหญ่ ใช้น้ำไปเท่าไหร่แล้วต้องคอยเติมให้เต็ม แท้งค์ใหญ่ก็ต้องใช้เวลาเติมน้ำนานกว่าแท้งค์เล็กเป็นธรรมดาครับ เพราะก๊อกมันจ่ายน้ำได้อัตราการไหลเท่าเดิม แบตใหญ่กว่าภาระในการชาร์จไฟก็จะยาวนานกว่าแบตเล็กแน่นอน มีได้ก็ต้องมีเสียครับ
emo9o
-
อืมคารวะ อ.โจ้ full throttle 1 จอก
อธิบายได้เยี่ยม
-
ผมคิดว่า Amp ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้นครับ
ส่วนมาก ก็ 40-60 ampสุดแล้วครับ จะมี สูงกว่าก็ พวก แบตแต่งหรือ เครืองเสียงคับ
ที่เห็น เป็นหลับ สี่ร้อย ถึง หกรอ้ย น่า จะเป็น CCA ครับ (cold cranking amp)
คือแค่ตอน สต๊าท ไม่กี่ วินาที ในอากาศเย็น (วัดตอนที่ชาร์ตเต็มที่แล้ว)
ระวังแบตหนักๆ อาจมีผลกับ การ balance น้ำหนักรถนะครับ
และที่รู้สึกว่า วิ่งดีนั้น แน่นอนว่า การที่หัวเทียน มีคอร์ย เร่ง ไฟจาก 12 v ไป เป็น ไฟแรงสูง ก็ ใช้การ คูณครับ 11v, 12v, 13v
อาจดูต่างกันน้อย แต่ พอคูณด้วย พัน มันก็เยอะอยุ่นะครับ
อีกอย่างผมเคยเห็นใน รุ่นใหม่ๆ ระบบยกหัวฉีดน้ำมันจะมีการยกชดเชยเวลาไฟแบตต่ำ
(battery latency (dead-time))
แต่หากรุ่นเก่าๆอาจไม่มี ทำให้รู้สึกว่า เปลี่ยนมาแล้ว วิ่งดี ก็เพราะ หัวฉีด ยกมากขึ้นครับ
อันนี้ เดาเพราะ ยังไม่เคย ปรับเล่นจริงๆ
-
แสดงว่าช่วงนี้ไฟกำลังแรง emo6o
-
ผมคิดว่า Amp ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้นครับ
ส่วนมาก ก็ 40-60 ampสุดแล้วครับ จะมี สูงกว่าก็ พวก แบตแต่งหรือ เครืองเสียงคับ
ที่เห็น เป็นหลับ สี่ร้อย ถึง หกรอ้ย น่า จะเป็น CCA ครับ (cold cranking amp)
คือแค่ตอน สต๊าท ไม่กี่ วินาที ในอากาศเย็น (วัดตอนที่ชาร์ตเต็มที่แล้ว)
ระวังแบตหนักๆ อาจมีผลกับ การ balance น้ำหนักรถนะครับ
และที่รู้สึกว่า วิ่งดีนั้น แน่นอนว่า การที่หัวเทียน มีคอร์ย เร่ง ไฟจาก 12 v ไป เป็น ไฟแรงสูง ก็ ใช้การ คูณครับ 11v, 12v, 13v
อาจดูต่างกันน้อย แต่ พอคูณด้วย พัน มันก็เยอะอยุ่นะครับ
อีกอย่างผมเคยเห็นใน รุ่นใหม่ๆ ระบบยกหัวฉีดน้ำมันจะมีการยกชดเชยเวลาไฟแบตต่ำ
(battery latency (dead-time))
แต่หากรุ่นเก่าๆอาจไม่มี ทำให้รู้สึกว่า เปลี่ยนมาแล้ว วิ่งดี ก็เพราะ หัวฉีด ยกมากขึ้นครับ
อันนี้ เดาเพราะ ยังไม่เคย ปรับเล่นจริงๆ
ผมเปลี่ยน เป็นของ BOSCH มาครับขนาดลูกเท่าเดิม
แต่ AMp เพิ่มเค้าบอกว่า แบบนี่เค้านิยมใส่กับพวกรถที่เล่นเครื่องเสียงหน่ะครับ Auto Bac
-
ผมเคยใช้ครับ พวกแบตแห้ง รู้สึกว่าระบบไฟต่างๆในรถดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
ทั้งเวลาสตาร์ทเครื่อง ใช้เครื่องเสียงหนักๆ และเสียงเครื่องกับรอบเครื่อง( อันหลังนี่ไม่รู้อุปทานไปเองป่าว )
แบตแห้งมันแรงดีจริงๆ ขนาดตอนมันเสื่อมโวลท์ตกๆมันยังแรงเลยครับแต่มาแบบวูบๆ ประมาณว่าไฟมาเป็นลูกๆแต่แรง
ถ้ามันสมบูรณ์เหมือนตอนใหม่ๆนี่ แรงแบบราบเรียบคิดดูครับว่าจะมีผลขนาดไหน ถ้าแบตธรรมดาเสื่อมมันจะเบาลงๆเรื่อยๆจนหมด
แต่แบตแห้งแรงจนวาระสุดท้ายครับ มันจะไม่รู้สึกว่าค่อยๆหมด แต่จะรู้สึกว่าแรงตลอดแต่พอไปแล้วไปเลย
( จับอาการจากมอร์เตอร์สตาร์ทเป็นหลักครับ คือ โวลท์ตกก็สตาร์ทได้ปกติเหมือนแบตไม่อ่อนเลยและมันจะใช้ได้ไปจนกว่ามันจะพัง
พอมันพังก็จะไม่ติดเลย ถ้าไม่มีวัดโวลท์ก็ไม่รู้ตัวหละครับว่ามันเสื่อม นี่คือข้อเสีย 1 ข้อครับ )
และปัญหาที่พบคือ มันทนความร้อนได้ไม่ดีครับยิ่งถ้าอยู่ในห้องเครื่อง แล้วเจอรถติดนี่
เคยคุยกับพวกร้านเครื่องเสียง เค้าบอกว่าจะให้ดีถ้าย้ายมาไว้ในรถครับ แต่เมืองไทยอากาศร้อน
ยังงัยก็อายุสั้นกว่าปกติแน่นอนครับ เมื่อก่อนน่ะจะซัก 8-10 ปีที่แล้วตอนแบตแห้งมาเปิดตลาด
ในเมืองไทยใหม่ๆ ร้านเครื่องเสียงใช้ทั้งนั้นครับ ไฟมันแรงจริงๆ แต่พอใช้ไปสักพักลูกค้าเริ่ม
บ่นครับเพราะมันเสียเร็ว แถมเคลมไม่ค่อยได้ครับ ถึงจะอยู่ในประกัน มีรอยนิดเดียวก็จบแล้วหละครับ
แถมตอนสมัยนั้นลูกละ 10000 ขึ้น ตอนหลังเลยไปให้ความสำคัญกับอุปกรณ์อื่นๆแทน เช่น คาปา จะคุ้มค่ากว่า
ของผมใช้ได้แค่ 8 เดือนเอง ไปซะแล้ว ตอนนี้ส่งเคลมอยู่ 2 เดือนแล้วยังไม่ได้คำตอบเลยครับ
emo57o
-
ปรกติ การบอกขนาดความจุของแบตเตอรี่ แบบสากลนิยมที่ใช้กันทั่วไปมานมนานแล้ว
จะใช้หน่วย แอมแปร์-อาวเวอร์ Ah เข้าใจง่ายๆเช่น 40 Ah ก็คือ ถ้าเราชารจ์แบตจนเต็ม แล้วเอามาใช้งาน
ดึงกระแสไปใช้ 40 แอมป์ต่อเนื่อง แบตก็จะจ่ายได้ 1 ชั่วโมง ไฟก็หมด แต่ถ้าใช้ไฟแค่ 20 แอมป์ ก็จะใช้ได้สองชั่วโมง ไฟถึงหมด
ย้ำนะครับ ว่าคร่าวๆ เพื่อเปรียบเทียบเชิงอัตราส่วนเท่านั้น ของจริงไม่ได้เป๊ะๆตามนี้ แล้วแบตก็ไม่สามารถจ่ายไฟได้จนเกลี้ยง 100% อยู่แล้ว
ทีนี้ต้องมาดูครับ ว่าสี่ร้อยแอมป์ แปดร้อยแอมป์ ที่ว่าเนี่ย มันแอม์อะไร แต่มันคงไม่ใช้ Ah หรอกครับ
เหมือนพวกเครื่องเสียง แต่ไหนแต่ไรมาเค้าใช้หน่วย WRMS วันดีคืนดีพวกเอาหน่วย W PMPO มาโม้กัน ตัวเลขมันมากกว่ากันร่วมสิบเท่า
ชาวบ้านก็พูดสั้นแค่ว่ากี่วัตต์ ทั้งๆที่หน่วยวัดมันเทียบกันไม่ได้เลย
หรือสมัยที่โตโยต้าเคยโฆษณา 0-100 เมตร ในกี่วินาทีนั่นแหละ หน่วยนี้ไม่มีใครเค้าใช้กัน มันมีแต่ 0-100 กม./ ชั่วโมง ในกี่วินาที่
เรื่องพวกนี้ต้องดูหน่วยวัดดีๆครับ ไม่งั้นเข้าทางพวกนักการตลาด ชอบตั้งใจเอาตัวเลขมาโชว์ให้เขว
-
ไม่ได้จะขายของนะครับ
พอดีตะกี้แบตรถที่บ้านหมดเลยหาข้อมูล
แล้วนำมาฝากครับ
http://www.thaipuma.com/index.php?op=puma_battery2
-
ความรู้ดีๆครับ emo65o