Siam Subaru Webboard
General Discussion => Siam Subaru Society Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: S 202 ที่ พฤศจิกายน 01, 2010, 11:40:21 am
-
มีใครเป็นเจ้าของหรือลองขับมาแล้วบ้าง
ช่วยแชให้ฟังหน่อย
BMW 320d
http://headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=1409:bmw-320d-sport--upgrade----184--&catid=85:new-cars-in-thailand&Itemid=55 (http://headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=1409:bmw-320d-sport--upgrade----184--&catid=85:new-cars-in-thailand&Itemid=55)
BMW 320d Sport วางเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร ใช้เทคโนโลยีระบบฉีดน้ำมัน Common Rail Direct Injection และเทคโนโลยีหัวฉีดแบบ Piezo ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน
โดยกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 184 แรงม้าที่ 4,000 รอบ (เพิ่มขึ้น 5 แรงม้า หรือ 4%)
และแรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 380 นิวตัน-เมตร ระหว่าง 1,900-2,750 รอบ (เพิ่มขึ้น 30 นิวตัน-เมตร หรือ 9% และมาที่รอบต่ำลงจากเดิม
ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมฟังก์ชั่น Steptronic ช่วยให้มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 7.6 วินาที (เร็วขึ้นกว่าเดิม 0.4 วินาที)
นอกจากนั้นยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย ดีที่สุดด้วยเช่นกันที่ 18.9 กิโลเมตรต่อลิตร (ดีขึ้น 13%)
ความเร็วสูงสุด เคยอ่านเจอ 244 km/hr
BMW 320d Sport ราคา 2,999,000 บาท
ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม BSI BMW Service Inclusive 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร
imp wrx คงต้องหลบ emo63o
sti ต้องคอยดูบูสท์ กับเกจน์น้ำมัน emo64o
เทคโนโลยี ดีเซล ของทางยุโรปนี่ดีจริงๆ emo65o
-
เคยแต่รุ่นใกล้เคียงครับ
520 d เกียร์ไฟฟ้า แรงเลื้อยได้บ้างครับ แต่ เกียร์ จอดกะถอย ใหม่ๆ มีงงเล็กน้อย
และ C220 CDI ที่เคยได้ 4.7 L/100km กทม เชียงใหม่ ใช้ไปครึ่งถังนิดๆ
ตอนนี้ได้ยินว่า Focus tdci ก็น่าสนใจครับ
-
เคยได้ไปลอง Test Drive ทีนึงครับ เมื่อซัก ปีกว่าๆ หรือ 2 ปีมาแล้ว ผมว่า WRX ก็ต้องมีงอนๆ หล่ะครับ
ส่วนลึกๆ ผมว่าอย่างนี้ต้องรอพี่ทอมมาเล่าให้ฟังแล้วครับ emo64o emo64o
-
ผมขับของหัวหน้าผมก็ค่อนข้างบ่อยครับ (ทั้งใกล้ , ไกล)
ผมว่า ถ้าคิดจากยี่ห้อ และภาพลักษณ์ของ BMW แล้ว 320d อาจจะเรียกได้ว่าดู " ดิบ "
ถ้าเทียบกับ BMW ด้วยกัน หรือ BENZ ตอนแรกผมก็ดูข้อมูลตามที่ จขกท. เขียนไว้น่ะครับ
แต่ถ้าลองสัมผัสจริงๆ แล้วจะทราบครับ มันดู sport มากๆเลยครับ กดเป็นพุ่ง
ช่วงล่างก็ถือว่าหนึบทีเดียว เคยเหยียบ 2xx km/hr. ยังนิ่งอยู่เลย แต่ก็ไม่นุ่มสบายนะครับ
(ถ้าเทียบกับ BMW หรือ BENZ std. ทั่วไป) ส่วนประหยัดนี่ก็จริงครับ เคยตะบี้ตะบันเหยียบ (รีบ)
ยังไงก็ 14-15 km/ลิตรครับ
ราคาอาจจะดูแรง แต่ผมว่ามันคุ้มค่าทั้ง ความแรง + ประหยัด แถมบริการหลังการขายที่สุดยอด
" โปรแกรม BSI BMW Service Inclusive 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร " นี่แหละครับ คือใน5 ปี / 100,000 km
ถ้าเข้าเช็คตามรอบ ไม่ว่าจะเปลี่ยน หรือ ซ่อมอะไร ไม่ต้องจ่ายซักแดงครับ
แถมด้วยความปลอดภัย โดยเฉพาะสุภาพสตรี คือ ยางครับ
ยางที่ติดรถมา ในขณะที่ยางแบน สามารถขับต่อไปได้อีก 150km ด้วยความเร็วสูงสุด 100 km/hr.
โดยที่ยางไม่เสียครับ ไว้สำหรับยางแบนในที่เปลี่ยวๆ ซึ่งผมว่ามันเจ๋งมาก emo65o
มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงเท่านี้ครับ รอผู้ครอบครองจริงๆมาตอบอีกทีครับ ผมแค่ชั่วครั้ง ชั่วคราว 555+
( ผิดถูกอย่างไรขออภัยครับ )
.....ดินดาน emo18o
-
ไม่ได้มีไว้ครอบครองนะครับ
แต่เคยได้ลองขับ ขอบอกว่า เป็นรถที่ดีมากๆ ทั้งแรงและประหยัด
ส่วนช่วงล่าง มันออกสปอร์ตมาก ถ้าต้องการรถนั่งสบาย รุ่นนี้ไม่ใช่เลยครับ
แต่ถ้าต้องการความมัน ผมว่า หาคู่แข่งยากมาก
ถ้ามีตังค์ ซื้อแน่ครับ emo47o
-
เคยแต่รุ่นใกล้เคียงครับ
520 d เกียร์ไฟฟ้า แรงเลื้อยได้บ้างครับ แต่ เกียร์ จอดกะถอย ใหม่ๆ มีงงเล็กน้อย
และ C220 CDI ที่เคยได้ 4.7 L/100km กทม เชียงใหม่ ใช้ไปครึ่งถังนิดๆ
ตอนนี้ได้ยินว่า Focus tdci ก็น่าสนใจครับ
C220 CDI นั่นเกิน 20 km/L เชียงใหม่ครึ่งถังก็ 800-900 บาท เท่ากับ SU วิ่งแกสเลย
เคยเจอ E 200 CDI ทางตรงยาว 4 เลนส์ outback 2.5i ตามไม่ทัน
-
เคยได้ไปลอง Test Drive ทีนึงครับ เมื่อซัก ปีกว่าๆ หรือ 2 ปีมาแล้ว ผมว่า WRX ก็ต้องมีงอนๆ หล่ะครับ
ส่วนลึกๆ ผมว่าอย่างนี้ต้องรอพี่ทอมมาเล่าให้ฟังแล้วครับ emo64o emo64o
พี่ทอมใช้รุ่นนี้นี่เอง มิน่าถึงทิ้ง ตากลมดำสุดสวยไป
ขับ BMW ยังไงก็หล่อกว่า SU emo54o
-
แต่ถ้าลองสัมผัสจริงๆ แล้วจะทราบครับ มันดู sport มากๆเลยครับ กดเป็นพุ่ง
ช่วงล่างก็ถือว่าหนึบทีเดียว เคยเหยียบ 2xx km/hr. ยังนิ่งอยู่เลย แต่ก็ไม่นุ่มสบายนะครับ
(ถ้าเทียบกับ BMW หรือ BENZ std. ทั่วไป) ส่วนประหยัดนี่ก็จริงครับ เคยตะบี้ตะบันเหยียบ (รีบ)
ยังไงก็ 14-15 km/ลิตรครับ
.....ดินดาน emo18o
confirm เพราะเห็นมาด้วยตา ว่าเกิน 240 km/hr แน่ๆ
แถม 200 - 240 ยังดึงดีกว่า SU ที่ขับอยู่ (Legacy sedan เครื่องอิมคอขาว JDM 280 PS 5 speed บูสท์ 1.0 บาร์)
ปล. ตอนที่ 320d วิ่งที่ 240 km/hr ตอนนั้นอยู่ในทางโค้งยาว บูรพาวิถีด้วยนะครับ emo63o แต่เขาขับสองนะนั่น emo50o
-
ไม่ได้มีไว้ครอบครองนะครับ
แต่เคยได้ลองขับ ขอบอกว่า เป็นรถที่ดีมากๆ ทั้งแรงและประหยัด
ส่วนช่วงล่าง มันออกสปอร์ตมาก ถ้าต้องการรถนั่งสบาย รุ่นนี้ไม่ใช่เลยครับ
แต่ถ้าต้องการความมัน ผมว่า หาคู่แข่งยากมาก
ถ้ามีตังค์ ซื้อแน่ครับ emo47o
ให้เลือกคันเดียว จะเลือก BL 2.0 GT ที่ใช้อยู่ หรือ 320d ครับ
อันนี้อยากรู้จริงๆ emo72o
-
ผมขับของหัวหน้าผมก็ค่อนข้างบ่อยครับ (ทั้งใกล้ , ไกล)
ผมว่า ถ้าคิดจากยี่ห้อ และภาพลักษณ์ของ BMW แล้ว 320d อาจจะเรียกได้ว่าดู " ดิบ "
ถ้าเทียบกับ BMW ด้วยกัน หรือ BENZ ตอนแรกผมก็ดูข้อมูลตามที่ จขกท. เขียนไว้น่ะครับ
แต่ถ้าลองสัมผัสจริงๆ แล้วจะทราบครับ มันดู sport มากๆเลยครับ กดเป็นพุ่ง
ช่วงล่างก็ถือว่าหนึบทีเดียว เคยเหยียบ 2xx km/hr. ยังนิ่งอยู่เลย แต่ก็ไม่นุ่มสบายนะครับ
(ถ้าเทียบกับ BMW หรือ BENZ std. ทั่วไป) ส่วนประหยัดนี่ก็จริงครับ เคยตะบี้ตะบันเหยียบ (รีบ)
ยังไงก็ 14-15 km/ลิตรครับ
ราคาอาจจะดูแรง แต่ผมว่ามันคุ้มค่าทั้ง ความแรง + ประหยัด แถมบริการหลังการขายที่สุดยอด
" โปรแกรม BSI BMW Service Inclusive 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร " นี่แหละครับ คือใน5 ปี / 100,000 km
ถ้าเข้าเช็คตามรอบ ไม่ว่าจะเปลี่ยน หรือ ซ่อมอะไร ไม่ต้องจ่ายซักแดงครับ
แถมด้วยความปลอดภัย โดยเฉพาะสุภาพสตรี คือ ยางครับ
ยางที่ติดรถมา ในขณะที่ยางแบน สามารถขับต่อไปได้อีก 150km ด้วยความเร็วสูงสุด 100 km/hr.
โดยที่ยางไม่เสียครับ ไว้สำหรับยางแบนในที่เปลี่ยวๆ ซึ่งผมว่ามันเจ๋งมาก emo65o
มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงเท่านี้ครับ รอผู้ครอบครองจริงๆมาตอบอีกทีครับ ผมแค่ชั่วครั้ง ชั่วคราว 555+
( ผิดถูกอย่างไรขออภัยครับ )
.....ดินดาน emo18o
เอ้าเพื่อนบายดีนะ emo62o ไม่ได้เจอกันนานเเล้วนะ
-
confirm เพราะเห็นมาด้วยตา ว่าเกิน 240 km/hr แน่ๆ
แถม 200 - 240 ยังดึงดีกว่า SU ที่ขับอยู่ (Legacy sedan เครื่องอิมคอขาว JDM 280 PS 5 speed บูสท์ 1.0 บาร์)
ปล. ตอนที่ 320d วิ่งที่ 240 km/hr ตอนนั้นอยู่ในทางโค้งยาว บูรพาวิถีด้วยนะครับ emo63o แต่เขาขับสองนะนั่น emo50o
ฟังเหตุการณ์แล้วรู้สึกคุ้น ๆ ไม่รู้ว่าใช่เมื่อปลาย ๆ สัปดาห์ที่แล้วช่วงเย็น ๆ รึเปล่าครับ ถ้าใช่คนขับ 320d คือผมเองนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ
-
ตอนนี้ผมใช้ทั้ง 320d ตัวก่อน Minor Change เครื่อง 177 hp กับ หมูคอขาว เทอร์โบ VF34 ครับ ยังไม่เคยลองเปรียบเทียบจริง ๆ จัง ๆ แต่เท่าที่สลับขับไปขับมา ผมว่า 320d น่าจะเร็วกว่าเฉพาะตอนออกตัวจนหมดเกียร์ 2 เท่านั้นครับ พอบูสมาที่เกียร์ 3 320d ไม่มีทางตาม imp ทันแน่ ๆ ครับ
แต่ถ้าจ่ายค่าน้ำมันเท่ากัน 320d วิ่งได้ระยะทางมากกว่าหมู 1 เท่าตัวครับ emo54o
-
ลองกับมือว่า 244 จริงครับ
ลองทั้งตัวก่อนและหลังไมเนอร์เชนจ์ ได้พอๆกัน
ตัวก่อนไมเนอร์ช่วงล่างจะแข็งกระด้างกว่า
แต่ถ้าถามว่าเร็วไหม? ก็เป็นไปตามตัวเลขครับ 0-100 ก็ 8 วิกว่าๆซึ่งผมว่า WRX
เดิมๆถ้ากระโดดออกก็ชนะได้ครับ
ถ้ามีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่า ก็ต้อง 530d ซึ่งในขณะที่ 320d หลัง 220
ที่เหลือนั้นไหลด้วยใบบุญแล้ว แต่ 530d วิ่งไปแตะ 260 ได้แบบง่ายๆแถมมั่นคงด้วย
แต่ราคา 7 ล้าน..ซื้อ 320d ขับหรือรอ 525d ประกอบในดีกว่า
-
ฟังเหตุการณ์แล้วรู้สึกคุ้น ๆ ไม่รู้ว่าใช่เมื่อปลาย ๆ สัปดาห์ที่แล้วช่วงเย็น ๆ รึเปล่าครับ ถ้าใช่คนขับ 320d คือผมเองนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ
ที่แท้ คนในคลับเรานี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ
ไม่ทราบว่า ช่วงล่างจากโรงงาน หรือ มีการปรับแต่งเพิ่มเติมครับ
และอยากให้เปรียบเทียบ drive feeling, ความมั่นใจในย่านความเร็วสูง, ความจุกจิกและค่าใช้จ่ายในการ maintainance ระหว่างรถทั้งสองคันให้หน่อยครับ emo57o
และชอบขับคันไหนมากกว่า
ขอบคุณครับ
-
เคยขับตัว minor change อยู่หลายครั้งเพราะชอบด้วยครับ ดึงดีมากตอนแรกๆ แต่ปลายไม่น่ากลัวครับ ปลาย 325 ลื่นกว่าเห็นๆครับ แต่ยังไงก็ไม่กิน WRX แน่ครับ
แต่ชอบที่มันแรงและประหยัดด้วยอะดิ ซื้อเลยครับ!
-
ที่แท้ คนในคลับเรานี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ
ไม่ทราบว่า ช่วงล่างจากโรงงาน หรือ มีการปรับแต่งเพิ่มเติมครับ
และอยากให้เปรียบเทียบ drive feeling, ความมั่นใจในย่านความเร็วสูง, ความจุกจิกและค่าใช้จ่ายในการ maintainance ระหว่างรถทั้งสองคันให้หน่อยครับ emo57o
และชอบขับคันไหนมากกว่า
ขอบคุณครับ
ช่วงล่างผมเปลี่ยนใช้ของ Sachs ครับ แต่พูดตามตรงผมว่าช่วงล่างชุดนี้จะให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับชุดเดิมจากโรงงานมาก ๆ การเกาะถนนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันดีกว่าช่วงล่างเดิม ๆ จะดีกว่าแค่สามารถปรับสูงต่ำได้เท่านั้นครับ ถึงแม้จะปรับให้เตี้ยลงจนล้อมุดซุ้มก็ยังไม่กระด้างครับ
Drive Feeling ของรถทั้ง 2 คันมันคนละแบบเลยครับ 320d มีแรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ กดปุ๊บมาปั๊บตลอดเวลา เวลาเร่งแซงบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้อง Kick Down แถมมีเกียร์ AT และช่วงล่างที่นิ่มกว่า ทำให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าทั้งในเมืองหรือเดินทางไกล ส่วนอิมก็ต้องรอบูสหน่อย เลยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยที่ความเร็วต่ำ ต้องเกียร์ 3 ขึ้นไปนั่นแหละถึงจะสนุกเต็มที่ ช่วงล่างของอิมแข็งกว่า(รถผมใส่ AST SL1) เวลาขับแล้ว (ผมรู้สึกว่า) สามารถรู้อาการของรถและควบคุมได้ดีกว่า 320d ครับ แต่ทั้งคู่ก็เป็นรถที่ขับสนุกเหมือนกันครับ
เวลาวิ่งบนทางด่วน 320d จะเงียบ นิ่ง และรู้สึกหนักแน่นกว่า ทำให้เวลาขับเดินทางไกล ๆ ไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยครับ ถ้าต้องขับไปกลับบูรพาวิถีเป็นประจำแบบพี่ (แอบเห็นอยู่หลายครั้ง) น่าจะเหมาะมากครับ ส่วนอิมจะเบากว่า ช่วงล่างแข็งกว่า ถ้าเอามาวิ่งบนถนนที่ไม่เรียบเหมือนเส้นบูรพาวิถีก็จะรู้สึกเหนื่อยกว่ามากครับ
แต่ 320d จะนิ่งถึงแค่ความเร็วประมาณ 200 นะครับ ถ้าเกินกว่านั้นก็จะเริ่มลอย ๆ แล้วครับ วันนั้นตอนเข้าโค้งนี่ก็รู้สึกหวิว ๆ เหมือนกันครับ ส่วนอิมผมพึ่งได้รถมาไม่นาน ยังไม่เคยลองเกิน 160 เลยไม่ทราบว่าที่ความเร็วสูงมันจะเป็นยังไง
เรื่อง Maintenance ของ 320d ผมใช้คันนี้มา 2 ปี วิ่งไป 75000 กม. ไม่เคยมีปัญหาจุกจิกอะไรทั้งนั้นครับ BSI จะครอบคลุมประมาณ 5 ปีหรือ 100000 กม. ถ้ายังอยู่ในระยะที่ว่า ตามหลักแล้วไม่ต้องเสียตังค์ซักบาทครับ แต่เค้าจะตั้งระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไว้ทุก 15000 กม. ส่วนตัวผมเลยต้องเสียค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองทุก ๆ 7500 กม.ครับ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองก็ประมาณ 6000 – 7000 บาทต่อครั้งครับ ส่วนอิมนี่คงยังบอกไม่ถูก ต้องรอใช้อีกซักระยะครับ
ผมชอบทั้ง 2 คันนะครับ มันคนละแบบจริง ๆ มีหลายครั้งเหมือนกันที่ลังเลว่าวันนี้จะใช้คันไหนดี
-
แหม่ๆ พี่บีให้ข้อมูลดีจริงๆ
emo65o emo65o
-
เคยขับตัว minor change อยู่หลายครั้งเพราะชอบด้วยครับ ดึงดีมากตอนแรกๆ แต่ปลายไม่น่ากลัวครับ ปลาย 325 ลื่นกว่าเห็นๆครับ แต่ยังไงก็ไม่กิน WRX แน่ครับ
แต่ชอบที่มันแรงและประหยัดด้วยอะดิ ซื้อเลยครับ!
ถ้าซื้อ........ คงต้องเอา SG BP GD ไปแลกมา emo48o
-
ช่วงล่างผมเปลี่ยนใช้ของ Sachs ครับ แต่พูดตามตรงผมว่าช่วงล่างชุดนี้จะให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับชุดเดิมจากโรงงานมาก ๆ การเกาะถนนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันดีกว่าช่วงล่างเดิม ๆ จะดีกว่าแค่สามารถปรับสูงต่ำได้เท่านั้นครับ ถึงแม้จะปรับให้เตี้ยลงจนล้อมุดซุ้มก็ยังไม่กระด้างครับ
Drive Feeling ของรถทั้ง 2 คันมันคนละแบบเลยครับ 320d มีแรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ กดปุ๊บมาปั๊บตลอดเวลา เวลาเร่งแซงบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้อง Kick Down แถมมีเกียร์ AT และช่วงล่างที่นิ่มกว่า ทำให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าทั้งในเมืองหรือเดินทางไกล ส่วนอิมก็ต้องรอบูสหน่อย เลยรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยที่ความเร็วต่ำ ต้องเกียร์ 3 ขึ้นไปนั่นแหละถึงจะสนุกเต็มที่ ช่วงล่างของอิมแข็งกว่า(รถผมใส่ AST SL1) เวลาขับแล้ว (ผมรู้สึกว่า) สามารถรู้อาการของรถและควบคุมได้ดีกว่า 320d ครับ แต่ทั้งคู่ก็เป็นรถที่ขับสนุกเหมือนกันครับ
เวลาวิ่งบนทางด่วน 320d จะเงียบ นิ่ง และรู้สึกหนักแน่นกว่า ทำให้เวลาขับเดินทางไกล ๆ ไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยครับ ถ้าต้องขับไปกลับบูรพาวิถีเป็นประจำแบบพี่ (แอบเห็นอยู่หลายครั้ง) น่าจะเหมาะมากครับ ส่วนอิมจะเบากว่า ช่วงล่างแข็งกว่า ถ้าเอามาวิ่งบนถนนที่ไม่เรียบเหมือนเส้นบูรพาวิถีก็จะรู้สึกเหนื่อยกว่ามากครับ
แต่ 320d จะนิ่งถึงแค่ความเร็วประมาณ 200 นะครับ ถ้าเกินกว่านั้นก็จะเริ่มลอย ๆ แล้วครับ วันนั้นตอนเข้าโค้งนี่ก็รู้สึกหวิว ๆ เหมือนกันครับ ส่วนอิมผมพึ่งได้รถมาไม่นาน ยังไม่เคยลองเกิน 160 เลยไม่ทราบว่าที่ความเร็วสูงมันจะเป็นยังไง
เรื่อง Maintenance ของ 320d ผมใช้คันนี้มา 2 ปี วิ่งไป 75000 กม. ไม่เคยมีปัญหาจุกจิกอะไรทั้งนั้นครับ BSI จะครอบคลุมประมาณ 5 ปีหรือ 100000 กม. ถ้ายังอยู่ในระยะที่ว่า ตามหลักแล้วไม่ต้องเสียตังค์ซักบาทครับ แต่เค้าจะตั้งระยะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไว้ทุก 15000 กม. ส่วนตัวผมเลยต้องเสียค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองทุก ๆ 7500 กม.ครับ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองก็ประมาณ 6000 – 7000 บาทต่อครั้งครับ ส่วนอิมนี่คงยังบอกไม่ถูก ต้องรอใช้อีกซักระยะครับ
ผมชอบทั้ง 2 คันนะครับ มันคนละแบบจริง ๆ มีหลายครั้งเหมือนกันที่ลังเลว่าวันนี้จะใช้คันไหนดี
subaru ร่นใหม่ๆ design ไม่โดนใจ
เลยเริ่มดูรถยี่ห้ออื่นบ้าง กำลังเก็บข้อมูลยี่ห้ออื่นอยู่
ตอบได้ตรงใจที่อยากรู้ครบเลย ขอบคุณครับ
-
ฟังอย่างงี้แล้วคันต่อไปต้อง diesel emo65o