Siam Subaru Webboard
General Discussion => Siam Subaru Society Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: MooKa ที่ กุมภาพันธ์ 13, 2011, 03:32:48 pm
-
พอดีกำลังสนใจ 2 ตัวนี้อยู่อยากขอคำแนะนำและข้อเปรียบเที่ยบจากพี่น้องในเวบหน่อยครับ
1.เครื่องยนต์
2.ช่วงล่าง
3.feeling,handling ในการขับ การตอบสนองของเครื่องยนต์
4.ราคาอะไหล่ เครื่อง ช่วงล่าง ตัวถัง ทั้งเก่าและใหม่
5.การซ่อมบำรุง
6.คำแนะนำอืนๆนอกเหนือจากที่ว่ามา
ขอบคุณครับ
-
เอาเท่าที่รู้น๊ะครับ E39 เคยเป็นเป้าหมาย ก่อนมาขับอิมครับ ขับดีมากๆ แบบแน่นๆ คมๆ แต่ หลายคนบ่นว่า อะไหล่แพง ช่วงล่างเป็น Aluminium ครับ
ส่วน GS300ไม่เคยลองครับ
-
ผมใช้ E39 523 อยู่ก็วิ่งดี เกาะ เก็บเสียงดี แต่ไม่เคยใช้ GS300
ดูก็สูสีกันนะ เครื่อง 3000cc valve แปรผันเกมือนกัน แต่ bmw เป็นแปรผันทั้งไอดีไอเสีย ขับหลังเหมือนกัน
ส่วนผมชอบ BMW คิดว่าจะขับดีกว่า แต่ค่าตัวกับค่าซ่อมบำรุงก็สูงกว่า lexus นะครับ
-
เคสนี้นี่ชีวิตจริงผมเลยครับ
ตอนผมมีตัวเลือกก็คือ E39 กะ GS300 นี่แหละ ..... บทสรุปสุดท้ายของผมคือ GS300 ซึ่งตอนนี้ก็ใช้อยู่ แต่ยอมรับว่าเป็นตัวเลือกที่ทำให้ตัดสินใจยากจริงๆครับ มาดูกันว่าทำไม
1.) เรื่องการซ่อมบำรุง GS300 กินขาดในเรื่องของเครื่องยนต์ครับ 2JZ-GE vvt-i อะไหล่ถูกสุดๆ ซื้อเครื่องใหม่พร้อมเกียร์และสายไฟ ราคาไม่เกิน 25,000 เปลี่ยนใหม่ได้เท่าที่ใจอยาก แต่ดูดีๆนะครับ มีจะมีทั้งตัว 4 เกียร์ของ Crown และ 5 เกียร์ของ GS300 แต่ถ้าเป็น M52 ผมไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่ แต่น่าจะแพงกว่า 2J อยู่ไม่น้อย
2.) เรื่องอะไหล่ตัวถัง ถ้าเทียบเบิกศูนย์ Lexus กินขาดครับ แพงมากมาย แต่ถ้าเซียงกงแล้วไม่แพงครับ ของเล่นยังหาได้ไม่ยากเย็น โช้คแต่ง aeropart ยังมีมาให้เห็นเรื่อยๆครับ ตัวนี้ญี่ปุ่นยังเล่นกันอีกเยอะและอีกนานครับ เคยอ่านในแมกกาซีนเขาบอกว่าเป็นรถที่มีศักยภาพในการโมดิฟายต่อได้เยอะครับ เพราะพื้นฐานเป็นขับหลัง และวางเครื่องได้หลายตัวครับ แรงๆทั้งนั้น ใน yahoo japan ยังมีของให้เลือกอีกเยอะครับ ส่วน E39 ถ้าอยากแรง ก็คงต้องออกไปในแนว ขยายความจุ หรือซุปเปอร์ชาร์จ ซึ่งสองอย่างรวมกันน่าจะกินตังค์ไปประมาณ 3 แสน ในขณะที่ถ้า GS300 อยากจะแรง หัวตัด Aristo Turbo ตัวนึงอยู่ที่ 1 แสนบาท บวกลบสองหมื่น จบๆครับ หรือเต็มที่ผมเคยเห็นเครื่อง 2J bo Aristo โมญี่ปุ่นมาพร้อม T88 ก็ตกราวๆ 2 แสนบาท เคลมม้ากันประมาณ 500 ตัวเป็นอย่างน้อย
3.) กำลังเครื่องยนต์ Lexus กระฉับกระเฉงกว่าครับ E39 นี่คันเร่งก็หนัก พวงมาลัยก็หนัก เหมือนขับรถถังยังไงยังงั้น แต่ตีนปลายก็โอเคครับ การประหยัดน้ำมันก็สูสีครับ ของผมตอนนี้ GS300 ล้อ 18 นิ้ว เติมเต็มถังวิ่งได้ 5 ร้อยกว่าโล (ทางไกล)
4.) Handling ต้องยอมรับว่าจุดนี้รถยุโรปยังทำได้ดีกว่าครับ E39 ยังได้ฟิลลิ่งที่เฟิร์มกว่า GS300 ซึ่งยังหนีฟีลลิ่งความเป็นโตโยต้าไม่ออกครับ ยังมีอาการโยนให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็แลกกับความนุ่มสบาย แต่ E39 จะได้ทั้งนุ่มและหนึบ
5.) ความดูดีเมื่อใช้รถ ได้คนละอย่างครับ GS300 จะได้แนวของแปลกครับ นานๆเห็นที แต่ E39 นี่ค่อนข้างเกลื่อน ถ้าจะให้โดดเด่นคงต้องเล่นตัว sport นะครับ ถ้าเป็น executive หรือ comfort นี่จะดูธรรมดามากๆเลย GS300 เองจะมีภาษีดีกว่า ต่อให้ใส่ล้อ 16 ด้วยความที่มันไม่ค่อยได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ ก็เลยดูเป็นว่าไม่ธรรมดาไป ยิ่งถ้าแต่งนี่ แหร่มครับ
6.) ราคาซื้อขาย ผมว่าสูสีครับ แต่ผมว่า GS300 ราคาจะตกช้ากว่านะครับ ถ้าเทียบปีกันแล้ว GS300 ตอนนี้อยู่ช่วงตั้งแต่ 9 แสน- 1 ล้านกว่าๆ (รถปี 98 - 2000) แล้วแต่ว่าเดิมๆหรือแต่งมา ส่วน E39 นี่มันมีหลายโฉมหลายปีครับ ว่ากันตั้งแต่ 6 แสนกว่าๆสำหรับตัวต่ำกว่าปี 2000 ที่เป็นเครื่อง single vanos และปี 2000 ขึ้นไปที่เป็น Double vanos ซึ่งราคาลากกันไปได้จนถึง 1.1 ล้าน ถ้าเป็นตัว Sport ปี 03 - 04.
อยากได้รายละเอียดเพิ่มลองสองเว็บนี้ครับ
www.e39thailand.com (http://www.e39thailand.com)
www.altezza-aristo.com (http://www.altezza-aristo.com)
.
-
3.) กำลังเครื่องยนต์ Lexus กระฉับกระเฉงกว่าครับ E39 นี่คันเร่งก็หนัก พวงมาลัยก็หนัก เหมือนขับรถถังยังไงยังงั้น แต่ตีนปลายก็โอเคครับ การประหยัดน้ำมันก็สูสีครับ ของผมตอนนี้ GS300 ล้อ 18 นิ้ว เติมเต็มถังวิ่งได้ 5 ร้อยกว่าโล (ทางไกล)
E39 530 เป็นคันเร่งไฟฟ้าครับ ไม่หนัก
ส่วนพวงมาลัยหนักกว่ารถญี่ปุ่นจริง
-
E39 530 เป็นคันเร่งไฟฟ้าครับ ไม่หนัก
ส่วนพวงมาลัยหนักกว่ารถญี่ปุ่นจริง
อุ๊บ ลืมอ่านครับ นึกว่า 523
ถ้าเป็น 530 หละก็ กิน 2JZ-GE vvt-i สบายๆครับ J bo ยังมีหนาว เพราะพี่เขาเป็นรองแค่ M5 เท่านั้น แต่อัตราบริโภคน้ำมันก็ไปไกลเช่นกันครับ อันนี้ GS300 น่าจะประหยัดว่านะครับ
.
-
และ 530 ราคาจะไปไกลครับ สวยๆ บางคันใน siamspeed ขายถึง 14 ครับ โหดเอาเรื่อง
-
และ 530 ราคาจะไปไกลครับ สวยๆ บางคันใน siamspeed ขายถึง 14 ครับ โหดเอาเรื่อง
ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 1.1 - 1.2 ล้านนะครับ ส่วนพวก 1.4 - 1.5 นั่นประเภท "จัดเต็ม" เบรคโตๆ พาร์ทครบๆ เผลอๆกินซุปอีกตะหาก
-
ผมเคยแต่ รุ่นเก่า E34 เครื่อง 535i ครับ
ความเร็วสูงขับดีมากครับ
แต่ ใช้ทุกวันเลือก lexus ดีกว่าครับ
-
ขอบคุณทุกความเห็นครับ emo35o
-
เคสนี้นี่ชีวิตจริงผมเลยครับ
ตอนผมมีตัวเลือกก็คือ E39 กะ GS300 นี่แหละ ..... บทสรุปสุดท้ายของผมคือ GS300 ซึ่งตอนนี้ก็ใช้อยู่ แต่ยอมรับว่าเป็นตัวเลือกที่ทำให้ตัดสินใจยากจริงๆครับ มาดูกันว่าทำไม
1.) เรื่องการซ่อมบำรุง GS300 กินขาดในเรื่องของเครื่องยนต์ครับ 2JZ-GE vvt-i อะไหล่ถูกสุดๆ ซื้อเครื่องใหม่พร้อมเกียร์และสายไฟ ราคาไม่เกิน 25,000 เปลี่ยนใหม่ได้เท่าที่ใจอยาก แต่ดูดีๆนะครับ มีจะมีทั้งตัว 4 เกียร์ของ Crown และ 5 เกียร์ของ GS300 แต่ถ้าเป็น M52 ผมไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่ แต่น่าจะแพงกว่า 2J อยู่ไม่น้อย
2.) เรื่องอะไหล่ตัวถัง ถ้าเทียบเบิกศูนย์ Lexus กินขาดครับ แพงมากมาย แต่ถ้าเซียงกงแล้วไม่แพงครับ ของเล่นยังหาได้ไม่ยากเย็น โช้คแต่ง aeropart ยังมีมาให้เห็นเรื่อยๆครับ ตัวนี้ญี่ปุ่นยังเล่นกันอีกเยอะและอีกนานครับ เคยอ่านในแมกกาซีนเขาบอกว่าเป็นรถที่มีศักยภาพในการโมดิฟายต่อได้เยอะครับ เพราะพื้นฐานเป็นขับหลัง และวางเครื่องได้หลายตัวครับ แรงๆทั้งนั้น ใน yahoo japan ยังมีของให้เลือกอีกเยอะครับ ส่วน E39 ถ้าอยากแรง ก็คงต้องออกไปในแนว ขยายความจุ หรือซุปเปอร์ชาร์จ ซึ่งสองอย่างรวมกันน่าจะกินตังค์ไปประมาณ 3 แสน ในขณะที่ถ้า GS300 อยากจะแรง หัวตัด Aristo Turbo ตัวนึงอยู่ที่ 1 แสนบาท บวกลบสองหมื่น จบๆครับ หรือเต็มที่ผมเคยเห็นเครื่อง 2J bo Aristo โมญี่ปุ่นมาพร้อม T88 ก็ตกราวๆ 2 แสนบาท เคลมม้ากันประมาณ 500 ตัวเป็นอย่างน้อย
3.) กำลังเครื่องยนต์ Lexus กระฉับกระเฉงกว่าครับ E39 นี่คันเร่งก็หนัก พวงมาลัยก็หนัก เหมือนขับรถถังยังไงยังงั้น แต่ตีนปลายก็โอเคครับ การประหยัดน้ำมันก็สูสีครับ ของผมตอนนี้ GS300 ล้อ 18 นิ้ว เติมเต็มถังวิ่งได้ 5 ร้อยกว่าโล (ทางไกล)
4.) Handling ต้องยอมรับว่าจุดนี้รถยุโรปยังทำได้ดีกว่าครับ E39 ยังได้ฟิลลิ่งที่เฟิร์มกว่า GS300 ซึ่งยังหนีฟีลลิ่งความเป็นโตโยต้าไม่ออกครับ ยังมีอาการโยนให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็แลกกับความนุ่มสบาย แต่ E39 จะได้ทั้งนุ่มและหนึบ
5.) ความดูดีเมื่อใช้รถ ได้คนละอย่างครับ GS300 จะได้แนวของแปลกครับ นานๆเห็นที แต่ E39 นี่ค่อนข้างเกลื่อน ถ้าจะให้โดดเด่นคงต้องเล่นตัว sport นะครับ ถ้าเป็น executive หรือ comfort นี่จะดูธรรมดามากๆเลย GS300 เองจะมีภาษีดีกว่า ต่อให้ใส่ล้อ 16 ด้วยความที่มันไม่ค่อยได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ ก็เลยดูเป็นว่าไม่ธรรมดาไป ยิ่งถ้าแต่งนี่ แหร่มครับ
6.) ราคาซื้อขาย ผมว่าสูสีครับ แต่ผมว่า GS300 ราคาจะตกช้ากว่านะครับ ถ้าเทียบปีกันแล้ว GS300 ตอนนี้อยู่ช่วงตั้งแต่ 9 แสน- 1 ล้านกว่าๆ (รถปี 98 - 2000) แล้วแต่ว่าเดิมๆหรือแต่งมา ส่วน E39 นี่มันมีหลายโฉมหลายปีครับ ว่ากันตั้งแต่ 6 แสนกว่าๆสำหรับตัวต่ำกว่าปี 2000 ที่เป็นเครื่อง single vanos และปี 2000 ขึ้นไปที่เป็น Double vanos ซึ่งราคาลากกันไปได้จนถึง 1.1 ล้าน ถ้าเป็นตัว Sport ปี 03 - 04.
อยากได้รายละเอียดเพิ่มลองสองเว็บนี้ครับ
www.e39thailand.com (http://www.e39thailand.com)
www.altezza-aristo.com (http://www.altezza-aristo.com)
.
มากด Like emo64o
-
ตามคุณ silver gc เลยครับ
เพราะเคยครอบครองมาแล้วทั้ง 2 ตัว แต่ของผมเป็น aristo
แต่เรื่องค่าอะหลั่ยของเครื่องยนต์แทบไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะจริงๆแล้วเครื่อง bmw ไม่ค่อยเป็นอะไรง่ายๆ ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆคือจานเบรค เวลาเปลี่ยนผ้าก็เปลี่ยนจานด้วย กะหม้อน้ำ 5 ปีเปลี่ยนทีนึง ที่เหลือแทบจะไม่มีอะไรกวนใจถ้าขับเดิมๆ
ส่วน gs300 นี่แทจะยกกระบิ aristo มาเลย อะหลั่ยนับชิ้น ถ้าเป็นภายใน หรือตู้แอร์ถ้ามีปัญหาก็หนักหน่วงเอาการอยู่ เท่าที่จำได้ผมยกตู้แอร์ aristo 7-80000 คับ ถือว่าราคารุนแรงมาก ถึงแม้ว่า brand มันจะเป็นแค่ toyota ก็จริง แต่มันขยับไปเป็น lexus นี่เหนื่อยพอๆกับรถยุโรปเลยครับ ยกเว้นเครื่องยนต์อย่างเดียวแล้วเป็นตัวที่พยายามจัดมวยไปชกกะรถยุโรป